วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

ส่งงาน อ.ระวีพรรณ

ข้อ 1. แลนมี 2 ชนิด
• การ์ดแลนสำหรับเครื่องพีซี แลนการ์ดหรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “นิกส์” เป็นแผ่นวงจรอีเล็กทรอนิกส์ที่ใช้สำหรับติดตั้ง บนเครื่องคอมพิวเตอร์แลนด์การ์ด จะประกอบด้วยพอร์ต RJ-45 หรือหัว BNC สำหรับเป็นจุดเชื่อมต่อกับสายสัญญาณ เพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ สามารถติดต่อสื่อสาร ข้อมูลกับอุปกรณ์อื่น ๆ ในระบบแลนได้ ในปัจจุบันแลนการ์ดมีให้เลือกใช้งานหลากหลายรูป แต่หากแบ่งตามชนิดของอินเตอร์เฟสในเครื่องคอมพิวเตอร์ เช่น แลนการ์ดแบบ ISA, PCI, PCM/CIA และ USB สำหรับรายละเอียดของการ์ดแต่ละชนิด มีดังนี้
- แลนการ์ดแบบ ISA และ PCI บน Mainboard คอมพิวเตอร์แบบตั้งโต๊ะทั่ว ๆ ไป จะพบว่ามีสล็อตทั้งแบบ ISA และแบบ PCI สำหรับใช้ติดตั้งการ์ด ชนิดต่าง ๆ เช่น VGA การ์ด, Sound การ์ด, Modem การ์ด ฯลฯ ซึ่งแลนการ์ดแบบ ISA จะเป็นแลนการ์ดรุ่นเก่าที่ใช้ติดตั้งบน สล็อตแบบ ISA ที่มี ขนาดบัสข้อมูล 16 บิต ประสิทธิภาพการทำงานจะ ด้อยกว่าแลนการ์ด
PCI ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ที่ใช้ติดตั้งบนสล็อตแบบ PCI มีบัสข้อมูล ขนาด 32 บิต และ 64 บิต ซึ่งจะ เป็นแบบมาตรฐานที่ใช้กันอยู่ในปัจจุบัน ส่วนแบบ ISA นั้นไม่มีขายแล้ว
- แลนการ์ดแบบ PCM/CIA สำหรับเครื่อง Notebook แลนการ์ดแบบ PCM/CIA เป็นแลนการ์ดที่ใช้สำหรับติดตั้งเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ Notebook ผ่านทางช่องเชื่อมต่อ อุปกรณ์ PCM/CIA ซึ่งช่องดังกล่าวของ Notebook จะมีบัสข้อมูล 2 ขนาด คือ 64บิต หรือ 32 บิต ดังนั้นผู้ผลิตแลนการ์ดแบบ PCM/CIA จึงได้พัฒนาแบนการ์ดให้มีสองชนิดตามขนาดของ บัสข้อมูล

แบบ ISAและPCI แบบPMC/CIA

ข้อ 2. ประเภทมีสาย1. สายคู่ตีเกลียว (Twisted-Pair Cable) เป็นสายที่มีราคาถูกที่สุด ประกอบด้วยสายทองแดงที่มีฉนวนหุ้ม 2 เส้น นำมาพันกันเป็นเกลียว จะใช้กันแพร่หลายในระบบโทรศัพท์ ความเร็วในการส่งข้อมูล 10 Mbps ส่งได้ในระยะทาง 1 mile สายคู่ตีเกลียวสามารถแบ่งได้เป็น 2 ชนิดคือ
1.1 สายคู่ตีเกลียวแบบไม่มีชิลด์ (Unshielded Twisted-Pair : UTP) เป็นสายเคเบิลที่ถูกรบกวนจากภายนอกได้ง่าย แต่ก็มีความยืดหยุ่นในการใช้งานสูงและราคาไม่แพง
สายคู่ตีเกลียวแบบไม่มีชิลด์

1.2 สายคู่ตีเกลียวแบบมีชิลด์ (Shielded Twisted-Pair : STP) เป็นสายที่มีปลอกหุ้มอีกรอบเพื่อ ป้องกันสัญญาณรบกวนจากภายนอก จึงทำให้สายเคเบิลชนิดนี้สามารถใช้ในการเชื่อมต่อในระยะไกลได้มากขึ้น แต่ราคาแพงกว่าแบบ UTP สายคู่ตีเกลียวแบบมีชิลด์

ข้อ 3. ประเภทไม่มีสาย1. ระบบไมโครเวฟ (Microwave System) กลไกของการสื่อสารและรับสัญญาณของไมโครเวฟใช้จานสะท้อนรูปพาลาโบลา เป็นระบบที่ใช้วิธีส่งสัญญาณที่มีความถี่สูงกว่าคลื่นวิทยุเป็นทอดๆ จากสถานีหนึ่งไปยังอีกสถานีหนึ่ง และสัญญาณของไมโครเวฟจะเดินทางเป็นเส้นตรง ดังนั้นสถานีจะต้องพยายามอยู่ในที่สูงๆ สถานีหนึ่งๆ จะ ครอบคลุมพื้นที่ที่รับสัญญาณได้ 30-50 กม. ความเร็วในการส่งข้อมูล 200-300 Mbps ระยะทาง 20-30 mile และยังขึ้นอยู่กับความสูงของเสาสัญญาณด้วย

ระบบไมโครเวฟ
2. ระบบดาวเทียม (Satellite System) ใช้หลักการคล้ายกับระบบไมโครเวฟ ในส่วนของการยิงสัญญาณจากแต่ละสถานีต่อกันไปยังจุดหมายที่ต้องการ โดยอาศัยดาวเทียมที่โคจรอยู่รอบโลก ขั้นตอนในการส่งสัญญาณมี ทั้งหมด 3 ขั้นตอนคือ
2.1 สถานีต้นทางจะส่งสัญญาณขึ้นไปยังดาวเทียม เรียกว่าสัญญาณเชื่อมต่อขาขึ้น (Up-Link)2.2 ดาวเทียมจะตรวจสอบตำแหน่งสถานีปลายทาง หากอยู่นอกเหนือขอบเขตสัญญาณจะส่งต่อไปยังดาวเทียมที่ครอบคลุมสถานีปลายทางนั้น2.3 หากยู่ในขอบเขตพื้นที่ที่ครอบคลุมจะทำการส่งสัญญาณไปยังสถานีลายทาง เรียกว่าสัญญาณเชื่อมต่อขาลง (Down-Link) อัตราเร็วในการส่ง 1-2 Mbps


ระบบดาวเทียม









































1 ความคิดเห็น:

krutooncombiz กล่าวว่า...

ข้อ 1.ชนิดของการ์ดแลน นะค่ะดูใหม่